(2557 ครบห้าร้อยปี มัสยิดกรือเซะ)

ในปี พ.ศ. 2146 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ได้ส่งกองทัพเรือเข้ามาตีเมืองปัตตานี โดยมีออกญาเดโช เป็นผู้นำทัพ
โดยมาขึ้นที่ปากอ่าวเมืองปัตตานีและบุกเข้าประชิดตัวเมือง
ราชินีฮิเยาว์ได้นำทหารหาญของเมืองปัตตานีออกมาต่อต้าน
กองทัพอยุธยาอย่างเต็มกำลังสามารถ โดยใช้ปืนใหญ่ออกมายิงต่อสู้
จนกองทัพสยามต้องถอยทัพกลับไปในที่สุด
และในศึกสงครามครั้งนี้ทำให้มัสยิดกรือเซะหรือ
มัสยิดปินตูกรือบังเสียหาย ลิ้มโต๊ะเคี่ยม ซึ่งรับราชการอยู่
จึงรับอาสาช่วยบูรณะซ่อมมัสยิดกรือเซะ และเป็นเวลาเดียวกับที่
นางหรือนางสาวลิ้มกอเหนี่ยว (สมัยนั้นยังไม่ได้รับฉายาเป็นเจ้าแม่)
มาตามพี่ชาย แต่พี่ชายไม่ยอมกลับเพราะยังบูรณะมัสยิดไม่เสร็จ
และอาจเป็นไปได้ว่าลิ้มโต๊ะเคี่ยมมีความตั้งใจแล้วว่าจะไม่กลับไปแผ่นดินจีนอีกเพราะ 1.ต้องการบูรณะมัสยิดให้เสร็จ 2.ต้องต้องการที่จะตั้งรกรากใหม่ที่นี่เพราะมีลูกมีเมียแล้ว 3.เพราะตนเข้ารับอิสลามและเป็นมุสลิม
นางสาวลิ้มกอเหนี่ยวเมื่อได้รับการปฏิเสธจากพี่ชายก็เลยเสียใจ
เพราะได้รับปากกับทางบ้านแล้วว่าจะนำพี่ชายไปยังบ้านเกิดให้จงได้
ไม่ว่าพี่ชายจะอธิบายเหตุผลและความจำเป็นของภารกิจอย่างไรก็ตาม
ลิ้มกอเหนี่ยวก็ไม่ยอมฟัง เมื่อไม่สามารถโน้มน้าวจิตใจพี่ชายให้คล้อยตามนางได้นางจึงเสียใจเป็นที่สุดเพราะนางไม่สามารถบากหน้ากลับบ้านไปหาแม่ได้
โดยปราศจากพี่ชาย จึงได้ตัดสินใจผูกคอตายโดยใช้ผ้าหรือเชือกผูก
กับต้นมะม่วงหิมพานต์ที่ริมชายหาดตันหยงลูโละ
ผู้ชนะย่อมสามารถเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาเองได้ แต่การจะเขียนว่า ?
มัสยิดกรือเซะโดนนางสาวหรือนางลิ้มกอเหนี่ยว สาปแช่งไว้จนถูกฟ้าผ่านั้น? มันขัดกับความจริงที่เกิดขึ้นจึงอุปโลกตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวขึ้นมาเพราะต้องการปกปิดความจริงบางอย่าง?
ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องปกปิดเลย
เพราะอดีตก็คืออดีต อดีตมีเพื่อเรียนรู้ไว้เป็นบทเรียน
สิ่งที่ดีจากการเรียนรู้ในอดีตเราก็สามารถนำมาปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นได้
สิ่งที่ไม่ดีก็ต้องจดจำไว้เป็นอุทาหรณ์เพื่อช่วยกันป้องกัน
แก้ไขอย่าให้เกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การที่มีลูกปืนใหญ่ยิงถล่มเข้ามาโดนมัสยิดจนเสียหายในช่วงสงคราม
มันเป็นเรื่องปกติ การที่ทหารเข้าปล้นสดมภ์บ้านเรือนกวาดต้อนเชลยศึก
ตลอดจนยึดทรัพย์สินของมีค่าในระหว่างสงคราม
หรือเผาศาสนสถานเพื่อลอกเอาทองคำออกจากโบสถ์
วิหาร อาราม วัด สุเหร่า หรือมัสยิด มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาในสงคราม
ที่ไม่เห็นจะต้องปกปิด แล้วสร้างตำนานด้วยเรื่องที่จะทำลายศรัทธา
ของชาวมุสลิมอย่างร้ายแรงกว่าที่ไม่อาจรับได้
ปัตตานี กลันตัน ตรังกานู เคดะห์ และปีนังถูกตีและยึดครองในสมัยนั้น
และในปี พ.ศ.2329 กองทัพสยามได้ยึดปืนใหญ่นางพญาตานี
ขึ้นไปกรุงเทพฯ พร้อมกับได้ทำการกวาดต้อนเชลยศึกมลายู
ขึ้นไปจำนวนหลายสิบหมื่นคน เพื่อไปเป็นโล่มนุษย์และทำการขุดคลอง
จนได้ชื่อว่าคลองแสนแสบในปัจจุบัน
สถานที่ๆ เชลยศึกและทาสมลายูถูกปล่อยเป็นกลุ่มก้อนมากที่สุด
ก็คือแถวคลองตัน พระโขนง มีนบุรี หนองจอก
ทุ่งครุ นครนายก ปทุมธานีและแปดริ้ว
( อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ปัจจุบัน)
มัสยิดกรือเซะ หรือมัสยิดปินตูกรือบัง ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์
ไม่ได้ถูกฟ้าผ่าดั่งที่เรื่องราวของตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนียวบันทึกไว้
แต่โดนเผาเมื่อตอนที่สมัยกองทัพสยามได้เข้ามาตีหัวเมืองปักษ์ใต้
แม่ทัพบางคนที่คุมทัพรัตนโกสินทร์ครั้งนั้น อย่างเช่นพระยาราชบังสัน
ซึ่งเป็นมุสลิมเสียใจต่อการกระทำครั้งนี้ของกองทัพสยามอย่างมาก
แต่สงครามก็คือสงคราม
ผู้ชนะย่อมต้องทำลายเมืองหรือศาสนสถานตลอดจนบ้านเรือน
ของผู้พ่ายแพ้สงคราม เพื่อไม่ตั้งตัวเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดินในอนาคตได้
กองทัพพม่าได้เคยกระทำต่อกรุงศรีอยุธยาฉันท์ใด
กองทัพสยามก็ได้ทำต่อปัตตานีฉันท์นั้น
(ขอบคุณภาพสวยๆ ขอบคุณข้อมูลที่ได้อ่าน
และขอบคุณอัลลอฮที่มีชีวิตอยู่มาถึงตอนนี้ อัลฮัมดูลิลลาห์)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

โปรแกรมคำนวนพื้นที่สี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า (คำนวณที่ดิน) คำนวณรังวัด วัดที่ดิน ระยะทาง google maps